
ปัจจุบัน ราคาทองคำพุ่งสูงเกินทะลุเพดาน จึงทำให้มีการซื้อขายทองคำกันอย่างมากมาย ซึ่งทุกๆ ท่านทราบเกี่ยวกับ “การเทรดทอง” กันหรือไม่ บทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปศึกษาเกี่ยวกับทองคำที่ใช้ในการเทรดทองมีกี่ประเภท กันสักหน่อย เพื่อที่จะได้มีความรู้ก่อนการเทรดทองคำกันครับ
ประเภทของทองที่ใช้ในการเทรดทอง
ทองคำที่ใช้ในการเทรดนั้นไม่ได้มี “ประเภท” ที่แตกต่างกันในตัวเนื้อทองคำเอง แต่จะแตกต่างกันตาม รูปแบบการซื้อขาย (Trading Instrument) และ ลักษณะทางกายภาพ (Physical Form) ที่นำมาใช้ในการอ้างอิงราคาและการส่งมอบ (ถ้ามี) ในการเทรด
หากแบ่งตามลักษณะทางกายภาพ (Physical Form) ที่อาจเกี่ยวข้องกับการอ้างอิงราคา
- ทองคำแท่ง (Gold Bullion/Bars): มักเป็นทองคำบริสุทธิ์ (เช่น 99.99%) หรือทองคำ 96.5% ในประเทศไทย ใช้เป็นมาตรฐานอ้างอิงราคาในตลาด Spot และสัญญา Futures บางประเภท (เช่น TFEX)
- ทองคำรูปพรรณ (Gold Jewelry): ราคาทองคำรูปพรรณจะสูงกว่าทองคำแท่งเนื่องจากมีค่ากำเหน็จ (ค่าแรงช่าง) และอาจมีความบริสุทธิ์ที่แตกต่างกันไป (เช่น 96.5%, 90%, 75%) โดยทั่วไป ไม่นิยมนำทองคำรูปพรรณมาใช้ในการเทรดเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากมีต้นทุนในการซื้อขาย (ส่วนต่างราคาซื้อเข้า-ขายออก) และค่ากำเหน็จที่สูง
หากแบ่งตามรูปแบบการซื้อขาย (Trading Instrument) หลักๆ จะมีดังนี้
- ทองคำ Spot (XAU/USD หรือสกุลอื่นๆ)
- เป็นการซื้อขายราคาทองคำ ณ เวลาปัจจุบัน หรือราคาซื้อขายทันที
- ส่วนใหญ่จะอ้างอิงกับทองคำบริสุทธิ์ (เช่น 99.99%) และซื้อขายเป็นคู่สกุลเงิน เช่น ทองคำเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (XAU/USD) ซึ่งเป็นคู่ที่นิยมที่สุด
- นักเทรดส่วนใหญ่ที่ซื้อขายทองคำออนไลน์มักจะเทรดในรูปแบบ Spot ผ่านโบรกเกอร์ Forex หรือ CFD
- สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (Gold Futures)
- เป็นการทำสัญญาซื้อขายทองคำใน ราคาและวันที่ส่งมอบที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
- มีมาตรฐานสัญญาที่กำหนดโดยตลาดซื้อขายล่วงหน้า เช่น CME Group (COMEX) ในสหรัฐอเมริกา หรือ TFEX ในประเทศไทย (อ้างอิงทองคำแท่ง 96.5%)
- นักเทรดใช้ Futures เพื่อเก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยง และเมื่อถึงวันหมดอายุสัญญา อาจมีการส่งมอบทองคำจริง (Physical Delivery) หรือชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement) ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสัญญา
- สัญญาซื้อขายส่วนต่างทองคำ (Gold CFDs)
- เป็นผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่ อ้างอิงกับราคาทองคำ นักเทรดสามารถเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคาโดยไม่ต้องถือครองทองคำจริง
- มี Leverage สูง ทำให้สามารถควบคุมมูลค่าการซื้อขายที่ใหญ่กว่าเงินทุนที่มี แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
- ซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ออนไลน์ที่ให้บริการ CFDs
- กองทุน ETF ทองคำ (Gold ETFs)
- เป็นกองทุนรวมที่ ลงทุนในทองคำแท่ง หรือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับทองคำ
- นักลงทุนสามารถซื้อขายหน่วยลงทุนของ ETF ได้เหมือนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
- เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดเก็บทองคำแท่งเอง
- Options ทองคำ (Gold Options)
- เป็นสัญญาที่ให้ สิทธิ์ (แต่ไม่ผูกพัน) ในการซื้อ (Call Option) หรือขาย (Put Option) ทองคำในราคาและวันที่กำหนดไว้
- เป็นเครื่องมือที่ซับซ้อนกว่า และมักใช้เพื่อเก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยง
เราสามารถเทรดทองผ่านช่องทางใดได้บ้าง ?
เราสามารถยกตัวอย่างช่องทางการเทรดทองได้ดังต่อไปนี้
1. เทรดทองในตลาด Forex (XAU/USD)
- เทรดทองออนไลน์ ผ่านโบรกเกอร์ Forex
- คู่ที่นิยมที่สุดคือ XAU/USD (ทองเทียบดอลลาร์สหรัฐ)
- ข้อดี: เทรดได้ 24 ชั่วโมง, ใช้เลเวอเรจได้, เริ่มต้นเงินไม่เยอะ
- ข้อควรระวัง: ความผันผวนแรง ต้องบริหารความเสี่ยงดีๆ
2. เทรด Gold Futures ผ่านตลาด TFEX (ของไทย)
- คือการซื้อขายสัญญาทองล่วงหน้าในตลาดอนุพันธ์ไทย
- เช่น สัญญา GF10, GF50
- ต้องมีบัญชี Futures กับโบรกเกอร์ในไทย เช่น บล.กสิกรไทย, บล.กรุงศรี ฯลฯ
- ข้อดี: เป็นตลาดไทย, กำกับโดย ก.ล.ต.ไทย
- ข้อควรระวัง: มีวันหมดอายุสัญญา, ต้องมีการวางเงินประกัน (Margin)
3. ซื้อขายทองคำแท่งออนไลน์ (Spot Gold)
- บางแพลตฟอร์ม เช่น YLG, MTS Gold, Hua Seng Heng มีระบบซื้อขายทองแท่งแบบออนไลน์
- ซื้อจริง-ขายจริง แต่ไม่ต้องไปหน้าร้าน
- ข้อดี: เป็นการถือทองจริง ไม่ใช่สัญญาเก็งกำไร
- ข้อควรระวัง: มีค่าธรรมเนียมและค่าฝากทองบางที่
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “ทองคำที่ใช้ในการเทรดทองมีกี่ประเภท” ที่เราได้รวมรวบมาฝากทุกๆ ท่านกันในข้างต้น หวังว่าจะเป็นข้อมูลที่ดีนะครับ
